ต้มโคล้งทะเล

ส่วนผสม

  • กุ้งสด 3 ตัว
  • ปลาหมึกสด หั่นพอคำ 1 ตัว
  • หอยแมลงภู่สด 4 ตัว
  • เนื้อปลาสด หั่นพอคำ 4 ชิ้น
  • น้ำซุปกระดูกหมู 4 ถ้วยตวง
  • เห็ดโคน หั่น 4 – 5 หัว
  • น้ำมะขามเปียก 2 ข้อนโต้ะ
  • หัวหอมแดง 3 หัว
  • เกลือ 1 ช้อนชา
  • พริกแห้งเผา 4 เม็ด
  • ต้นตะไคร้ บุบ 3 – 4 ท่อน
  • ใบมะกรูด ฉีก 2 – 3 ใบ
  • น้ำมะนาว 2 ช้อนโต้ะ

วิธีทำต้มโคล้งทะเล

  1. ต้มน้ำซุป ให้เดือด จากนั้นใส่ หอมแดง เห็ด ตะไคร้ และ ใบมะกรูด ลงไปต้ม จากนั้นตามด้วย กุ้ง ปลา หมึก และหอย
  2. ปรุงรสด้วย น้ำมะขามเปียก เกลือ พริก และ น้ำมะนาว เสร็ฟพร้อมรับประทาน กับข้าวง่ายๆ

เคล็ดลับการทำต้มโคล้งทะเล

  • ต้มโคล้ง มี เอกลักษณ์ คือ รสจัดจ้าน ของสมุนไพร ไม่ใส่น้ำตาล ซึ่ง ความหวานของต้มโคล้ง ใช้ความหวานจาก น้ำซุปกระดูก
  • น้ำซุป ต้องใช้ น้ำซุปกระดูกหมู เคี้ยวจนหวาน ยิ่งเคี้ยวนาน ยิ่งทำให้อร่อย
  • อาหารทะเล ที่นำมาทำอาหาร ให้เลือก อาหารทะเล ที่สด ใหม่ ล้างให้สะอาด โดย ให้นำ ไปลวกก่อน ให้ลวกแยก และไม่ใช้น้ำลวก กลับมาลวก ซ้ำ เนื่องจาก กลิ่นของ วัตถุดิบ แต่ละชนิด จะทำให้ เสียรสชาติ

ต้มยำปลาช่อนใบมะขามอ่อน

ส่วนผสม

  • ปลาช่อนหั่นเป็นชิ้นพอคำ 1 ถ้วย
  • เครื่องต้มยำ (ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด)
  • หอมแดงบุ 3 หัว
  • เห็ดฟางหั้นพอคำ 1 ถ้วย
  • มะเขือเทศหั่นพอคำ 1 ลูก
  • พริกทอด 3 เม็ด
  • น้ำปลา 3 ช้อนโต้ะ
  • น้ำมะนาว 3 ช้อนโต้ะ
  • น้ำมะขามเปียก 1 ช้อนโต้ะ
  • ผักชีฝรั่งหั่นพอคำ 2 ช้อนโต้ะ
  • ใบมะขามอ่อน 2 ช้อนโต้ะ

วิธีทำต้มยำปลาช่อนใบมะขามอ่อน

  1. ต้มน้ำให้เดือด จากนั้นให้ผ่อนไฟให้อ่อนลง นำ ข่า ตะไคร้ และใบมะกรูดลงไปต้ม
  2. เมื่อเริ่มหอมน้ำมันละเหยก็ให้ใส่ เห็ดฟาง หอมแดงและใบมะขามอ่อนลงไป
  3. ปรุงรสด้วย น้ำปลา และน้ำมะขามเปียก
  4. เร่งไฟให้เดือด ใส่เนื้อปลาช่อนลงไปต้ม รอให้ปลาสุก จากนั้นผ่อนไฟลงปานกลาง
  5. ใส่มะเขือ พริกแห้งและผักชีฝรั่งลงไป
  6. ปิดไฟ และใส่น้ำมะนาวปรุงรสขั้นตอนสุดท้าย กับข้าวไทย เมนูง่ายๆ ตามร้านอาหารไทย

เคล็ดลับการทำต้มยำปลาช่อนใบมะขามอ่อน

  • ใบมะขามอ่อน จะมีรสเปรี้ยว การใส่ส่วนผสม อื่นๆ ที่มีรสเปรี้ยวให้ใส่อย่างพอดี เช่น น้ำมะนาว และมะเขือเทศ
  • น้ำซุป ที่ใช้ใน การทำต้มยำ แนะนำให้ใช้ น้ำซุปกระดูกหมู จะเพิ่มความกลมกล่อมของน้ำซุปต้มยำ
  • ปลาช่อน ที่นำมาทำให้ใช้ปลาช่อนที่สดใหม่ จะได้ปลาช่อนเนื้อแน่น รสหวาน
  • การล้างปลา เป็นขั้นตอนสำคัญ ให้ใช้เกลือ ในการช่วยล้าง และขัดเมือกที่ปลาออกให้หมด ขอดเกล็ดแลาอย่าให้เหลือ เนื่องจากเมือกปลาทำให้คาว เกล็ดปลาทำให้เสียรสชาติของปลาช่อน
  • การต้มข่า ตะไคร้ และ ใบมะกรูด ให้ต้มในขั้นตอนแรก ต้มด้วยไปอ่อนๆ ให้ความหอมของสมุนไพร ออกมาอย่างเต็มที่
  • พริกสด ให้ใช้ พริกขี้หนูสวน ผสม พริกชี้ฟ้า จะได้รสชาติและสีสันที่อร่อย
  • การใส่ปลาช่อนลงไปต้ม ให้ใส่ขั้นตอนสุดท้าย หลังจากปรุงรสต้มยำแล้ว โดยเร่งไฟให้เดือด และใส่ปลาลงไปต้ม และไม่ต้องคลน รอให้เนื้อปลาสุก
  • น้ำมะนาว ไม่ให้ใส่ตอนน้ำเดือดจัด เพราะจะทำให้น้ำซุปขม

ต้มยำปลาช่อนใบมะขามอ่อน อาหารไทย อาหารพื้นบ้าน ของภาคกลาง รสชาติของต้มยำ เป็นอะไรที่ไม่ต้องบอกว่า อร่อยแน่นอน ยิ่งเนื้อปลาช่อนนา อร่อยๆ เมนูอาหาร ที่ต้องแนะนำอย่างด่วน คิดถึงปลาช่อน คิดถึง ต้มยำปลาช่อน

วิธีทำต้มยำปลาช่อนใบมะขามอ่อน  มีเคล็ดลับการทำให้อร่อยได้อย่างไร นั้น ต้องเริ่มจากการดัดเลือกวัตถุดิบ การเตรียมอาหาร และขั้นตอนการทำ ต้มยำ เป็น อาหารสุขภาพ เมนูอาหารไทย แบบง่าย ๆ ต้มยำน้ำใส รสจัดจ้าน ใส่ใบมะขามอ่อน รสเปรี้ยวทดแทนน้ำมะนาวได้ เหมาะสำหรับน่าร้อน ฤดูกาลที่มะนาวแพง แบบบ้านๆ ที่มีแต่ของดี เมนูสุขภาพ อุดมณ์ด้วยสมุนไพรไทยนานาชนิด

เห็ดกระเทียม

ส่วนผสม

  • เห็ดเป๋าฮื้อ หั่นเป็นชิ้นพอคำ 1 ถ้วย
  • น้ำมันพืช 2 ช้อนโต้ะ
  • เกลือ 1 ช้อนชา
  • พริกไทยดำ บุ 1 ช้อนโต้ะ
  • พริกแห้ง หั่น 1 ช้อนโต้ะ
  • ผักชีฝรั่ง ซอย 1 ช้อนโต้ะ
  • กระเทียม บุ 2 ช้อนโต้ะ
  • ผักกาดหอม สำหรับจัดจานให้สวยงาม

วิธีทำเห็ดกระเทียม

  1. ตั้งกระทะน้ำมันความร้อนปานกลาง นำเห็ดลงไปผัด เมื่อเห็ดสุกจะเริ่มเหี่ยวลง
  2. ใส่ พริกไทย กระเทียม เกลือ พริกแห้ง และ ผักชีฝรั่ง ลงไปผัด
  3. จัดจานด้วย ผักกาดหอม ใส่ เห็ดผัดกระเทียม ลงบนจาน พร้อมรับประทาน

เคล็ดลับการทำเห็ดกระเทียม

  • กระเทียม สำหรับ เมนูเห็ดผัดกระเทียม นั้นใช้ กระเทียมจีน โดยไม่โขรกให้ละเอียด เนื่องจาก กระเทียมจีน กลิ่นไม่แรง และเวลากิน ให้มีชิ้นกระเทียม ช่วยให้เมนูนี้ อร่อยมากขึ้น สำหรับเมนูนี้ ไม่ใช้ กระเทียมไทย เนื่องจากกลิ่นฉุนเกินไป
  • สำหรับ เมนูนี้ ใช้ไฟปานกลาง ในขณะที่กระทะมีความร้อน เนื่องจากหากไม่ร้อน อาหารจะอมน้ำมัน

ไก่ผัดเม็ดมะม่วงหิมพานต์

ส่วนผสม

เนื้อไก่ ส่วนอกหั่นชิ้นขนาดพอดีคำ 1 จาน
ซอสปรุงรสสำหรับหมักไก่ 1 ช้อนโต้ะ
พริกไทยป่นสำหรับหมักไก่ 1 ช้อนโต้ะ
แป้งข้าวโพด 3 ช้อนโต้ะ
น้ำมันพืช สำหรับทอดไก่ 1 ถ้วยตวง(ปริมาณท่วมเนื้อไก่)
ซอสถั่วเหลือง 2 ช้อนโต้ะ
ซอสน้ำมันหอย 2 ช้อนโต้ะ
น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต้ะ
ไวน์แดง 1 ช้อนโต้ะ
น้ำมันพืชสำหรับผัด 2 ช้อนโต้ะ
พริกหยวกสีแดงกับสีเขียว หั่นเฉียงๆ 2 ลูก
หอมหัวใหญ่ หั่นเต๋า 2 ช้อนโต้ะ
พริกชิ้ฟ้าสด หั่นเฉียง 1 ช้อนโต้ะ
กะเทียมสดบด 1 ช้อนชา
เม็ดมะม่วงหิมพานต์ 3 ช้อนโต้ะ
พริกแห้ง 4-5 เม็ด
ต้นหอม หั่นเป็นท่อน 1 ต้น
วิธีทำไก่ผัดเม็ดมะม่วงหิมพานต์

เริ่มจากการหมักไก่ก่อน นำเนื้อไก่ มาหมักกับ ซอสปรุงรส และ พริกไทย ทิ้งไว้ ประมาณ 30 นาที จากนั้นนำเนื้อไก่ชุปแป้งข้าวโพด นำไปทอดในกระทะน้ำมัน โดยใช้น้ำมันร้อนไฟปานกลาง ทอดให้เหลืองกรอบ จากนั้น นำเนื้อไก่ขึ้นมาพักให้สะเด็ดน้ำมัน จะได้เนื้อไก่กรอบๆ
เริ่มผัด โดย ตั้งกระทะใส่น้ำมันลงไป ใส่พริกชี้ฟ้า หอมหัวใหญ่และกระเทียมลงไปผัด เมื่อเริ่มมีกลิ่นหอม
ให้ปรุงรส ด้วยการใส่ ซอสถั่วเหลือง น้ำตาลทราย ไวน์แดง และซอสน้ำมันหอย ผัดให้ซอสเข้ากัน
ใส่ เม็ดมะม่วงหิมพานต์ พริกหยวก พริกแห้ง และ ไก่ทอดลงไปผัด ผัดให้ส่วนผสมเข้ากัน ปิดไฟ
ใส่ต้นหอมลงไปผัดในกระทะร้อนๆ จากนั้นเสริฟใส่จาน พร้อมรับประทานได้
เคล็ดลับการทำไก่ผัดเม็ดมะม่วงหิมพานต์

สำหรับสูตรไก่ผัดเม็ดมะม่วงหิมพานต์ มีหลายสูตร บางสูตรใช้เนื้อไก่สดๆ บางสูตรใส่น้ำพริกเผา ดังนั้น อยู่ที่ความพอใจของผู้ทานว่าอยากใส่อะไรตามใจชอบ
เนื้อไก่ สำหรับเมนูนี้ ให้เลือกใช้เนื้อไก่ที่สดใหม่ ใช้ไก่สาว ที่เนื้อนุ่มไม่เหนียว เทคนิคการเลือกซื้อไก่ ให้ดูที่สีของไก่เหลือง หนังตึง เนื้อแน่น ไม่มีสีคล้ำ และไม่มีกลิ่นเน่า เนื้อไก่สามารถใช้ส่วนที่ตัวเองชอบได้ตามใจ
มะม่วงหิมพานต์ ที่ใช้ในการนำมาผัด นั้นต้องเป็นถั่วที่สดใหม่ และถูกเก็บอย่างถูกสุขลักษณะ เนื่องจากเม็ดมะม่วงหิมพานต์หากเก็บไม่ดี จะมีกลิ่นหืน ไม่อร่อย และไม่ดีต่อสุขภาพ
สำหรับเม็ดมะม่วงที่จะนำมาทำอาหาร ให้นำไปคั่วก่อน หรือจะอบก่อนก็ได้ เนื้อถั่วจะหอมและกรอบ ได้รสชาติของเม็ดมะม่วง

หอยขมผัดฉ่า

ส่วนผสม

  • หอยขม 1 กิโลกรัม
  • ตะไคร้ หั่นหยาบ 1 ต้น
  • พริกไทยอ่อน 2 ช้อนโต้ะ
  • พริกชี้ฟ้า หั่นเฉียงยาวๆ 2 ช้อนโต้ะ
  • ซอสน้ำมันหอย 1 ช้อนโต้ะ
  • รากผักชี กระเทียม พริกไทยป่น บด 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมันพืช 2 ช้อนโต้ะ
  • น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาล 1 ช้อนชา
  • คื่นฉ่าย หั่น 2 ช้อนโต้ะ
  • ต้นหอม หั่น 2 ช้อนโต้ะ
  • ใบมะกรูด 4-5 ใบ
  • กระชาย ซอยยาวๆเป็นเส้น 2 ช้อนโต้ะ
  • พริก ซอย 1 ช้อนโต้ะ
  • ใบโหระพา 2-3 ใบ

วิธีทำหอยขมผัดฉ่า

  1. ตั้งหม้อต้ม ใส่ ตะไคร้ ลงไปต้ม ใส่ หอยขม ลงไปต้มให้สุก จากนั้นนำ เนื้อหอยออกจากเปลือกหอย นำ หอยไปลวก อีกครั้งหนึ่ง
  2. ตั้งกระทะน้ำมันให้ร้อน ใส่ รากผักชี กระเทียม พริกไทย ลงไปผัด จากนัั้นใส่ หอยขม ลงไปผัด
  3. ใส่ ใบมะกรูด กระชาย พริกสด และ พริกไทยอ่อน ลงไปผัด ปรุงรส ด้วย ซอสน้ำมันหอย น้ำปลา และ น้ำตาล
  4. ใส่ ต้นหอม ใบโหระพา และ คื่นฉ่าย ลงไปผัด เสร็จ หอยขมผัดฉ่า อาหารไทย เมนูผัดฉ่า ง่ายๆ

เคล็ดลับการทำหอยขมผัดฉ่า

  1. หอยขม ให้ใช้ หอยสด ใหม่ จะได้หอยที่มีเนื้ออร่อย
  2. เลือกหอยตัวโตๆ จะำด้เนื้อหอยเยอะ อร่อยๆ
  3. ให้นำ หอยขม ไปแช่น้ำ ไว้ก่อน 1 คืน ให้ หอยขม คลายโคลน และ ทรายออกจากตัว
  4. การลวกหอย ให้ต้มน้ำใส่ ตะไคร้ ลงไป ให้ ความหอมของตะไคร้ดับคาว ของ หอย ลงได้
  5. หอยขม ให้ ลวกพอประมาณ อย่าลวกนานเกินไป เนื้อหอยจะหมดรสชาติ

เมล่อนกุ้งผัดไข่

ส่วนผสม

  • เมล่อนหั่นเป็นชิ้นพอคำ 1 จาน
  • กุ้ง 7-8 ตัว (แกะเปลือก ผ่าเส้นที่หลัง ตัดหัว ตัดหาง)
  • ไข่ไก่ 2 ฟอง
  • ซอสหอยนางรม 2 ช้อนโต้ะ
  • น้ำปลา 1 ช้อนโต้ะ
  • น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
  • กระเทียมบด 1 ช้อนชา
  • น้ำมันพืชสำหรับผัด 3 ช้อนโต้ะ

วิธีทำเมล่อนกุ้งผัดไข่

  • เริ่มจากการนำเมล่อนไปนึ่งให้สุกก่อน เนื่องจากเนื้อเมล่อนเขียวจะแข็ง ต้องหากนำมาผัดเลยจะสุกยาก และ อาจทำให้เละไม่น่ารับประทาน ให้นำไปนึ่งประมาณ 30 นาที ให้เนื้อเมล่อนนุ่มรับปรุทานได้ จากนั้นนำมาพักให้เย็นก่อน
  • จากนั้น ต้องกระทะน้ำมัน ให้ร้อนปานกลาง ใส่กระเทียมลงไปผัดให้เริ่มเหลือง จากนั้นใส่กุ้งลงไปผัด
  • ปรุงรสด้วย น้ำตาล น้ำปลา และซอสหอยนางรม ผัดให้ส่วนผสมเข้ากัน จึงนำไข่ลงไปผัด
  • เมื่อไข่เริ่มสุกได้ที่ให้นำเมล่อนลงไปคลุกกับอาหารในกระทะ ให้เข้ากัน
  • เสริฟใส่จาน พร้อมรับประทาน

เคล็ดลับการทำเมล่อนกุ้งผัดไข่

  • การเลือกเมล่อนที่ใช้สำหรับผัด นั้นใช้เมล่อนที่เนื้อยังเขียวอยู่ ห่ามๆ ไม่สุกเกินไป แต่การเตรียมเมล่อนสำหรับนำมาผัดนั้น การหั่นให้นำมาหั่นขนาดพอดี ไม่เล็กเกินไป และให้นำไปนึ่งก่อน ให้สุกพร้อมรับประทาน เนื่องจากเนื้อเมลอนจะสุกยาก เมื่อนำมาผัดกับกุ้งและไข่ไก่เลย จะทำให้อาหารสุกไม่พร้อมกัน และ เมล่อนจะเละไม่น่ารับประมานด้วย
  • เนื้อกุ้ง ให้เลือกกุ้งที่สด ใหม่ ตัวใหญ่ การเลือกกุ้งที่สดๆ นั้น สามารถดูจากลักษณะของตัวกุ้ง ต้องเนื้อแน่น เปลือกไม่หลุดจากตัวกุ้ง ไม่มีกลิ่นเน่า
  • การเตรียมกุ้งสำหรับเมนูกุ้งผัดไข่ ให้ แกะเปลือก ผ่าหลัง ตัดหัว ตัดหาง ล้างให้สะอาด อย่านำกุ้งลงไปผัดพร้อมหัวกุ้ง เนื่องจากหัวกุ้งจะมีมันกุ้งอยู่ จะทำให้รสชาติของกุ้งผัดไข่เสียรสชาติ
  • การผัดเนื้อกุ้ง ไม่ควรผัดนาน เนื่องจากเนื้อกุ้งสุกง่าย หากกุ้งสุกมากเกินไป จะทำให้เนื้อกุ้งแข็ง ไม่น่ารับประทาน
  • การผัดไข่ ให้ตอกไข่ลงไปผัด ให้ทิ้งไว้สักพักหนึ่งให้ไข่เซ็ตตัวเป็นชิ้น หากรีบผัดเลย ไข่จะมีลักษณะเป็นวุ้น ไม่น่ารับประทาน
  • กระเทียมที่ใช่ในการผัด ให้เลือกใช้ กระเทียมไทย เนื่องจากกระเทียมไทย กลีบเล็ก มีกลิ่นหอม ให้กลิ่นหอมที่น่ารับประทาน
  • อาหารเมนูนี้ ไม่ควรใช้น้ำมันเยอะ เนื่องจากน้ำมันมากจะทำให้เลี่ยนไม่น่ารับประทาน

หมูผัดพริกแกงเขียวหวาน

ส่วนผสม

  • เนื้อหมูหั่นเป็นชิ้นพอคำ 1 จาน
  • แป้งข้าวโพด 2 ช้อนโต้ะ
  • ซอสปรุงรส 2 ช้อนโต้ะ
  • พริกไทยป่น 1 ช้อนโต้ะ
  • น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
  • มะเขือเปราะ หั่นเป็นชิ้นพอคำ 3 ลูก
  • มะเขือพวง 5-10 เม็ด
  • ใบโหระพา 1 จาน
  • พริกชี้ฟ้าหั่นเฉียง 3 ช้อนโต้ะ
  • พริกไทยอ่อน 2 ช้อนโต้ะ
  • ใบมะกรูดซอย 1 ช้อนโต้ะ
  • น้ำตาลปี๊บ 2 ช้อนชา
  • น้ำปลา 2 ช้อนโต้ะ
  • หัวกะทิ 5 ช้อนโต้ะ
  • พริกแกงเขียวหวาน 2 ช้อนโต้ะ
  • น้ำมันพืชสำหรับผัด 2 ช้อนโต้ะ

วิธีทำหมูผัดพริกแกงเขียวหวาน

  • หมักหมู ด้วย ซอสปรุงรส น้ำตาล และ แป้งข้าวโพด โดย ให้ใส่ซอสปรุงรสและน้ำตาล นวดให้เข้าเนื้อก่อน และ ใส่แป้งข้าวโพดในขั้นตอนสุดท้าย หมักทิ้งไว้ 1 คืน จากนั้นนำเนื้อหมูมาลวกให้สุกก่อน นำมาผัด
  • นำมะเขือพวงและมะเขือเปราะ ลวกให้สุกก่อน จากนั้นนำไปแช่ในน้ำเย็นไว้ รอผัด การลวกมะเขือพวงและมะเขือเปราะ เพราะ สุกยาก ควรทำให้สุกก่อนจึงจะทำให้ปรุงรสได้ง่ายขึ้น
  • เริ่มผัด โดย ให้ตั้งกระทะน้ำมัน ใส่ พริกแกงเขียวหวานลงไปผัดกับน้ำมัน โดยใช้ไปอ่อนๆ ค่อยๆผัดให้ได้กลิ่นหอมของพริกแกงเขียวหวาน
  • เมื่อพริกแกงเขียวหวานเริ่มส่งกลิ่นหอม ให้ใส่หัวกะทิลงไปผัด ผัดสักพักหนึ่งให้หัวกะทิเริ่มแตกมัน
  • เมื่อหัวกะทิเริ่มแตกมัน จึงใส่ส่วนผสมต่างๆลงไป ประกอบด้วย มะเขือพวง มะเขือเปราะ พริกชี้ฟ้า ใบโหระพา และใบมะกรูดซอย
  • ปรุงรสด้วย น้ำปลา และ น้ำตาลปี๊บ หากแห้งเกินไป สามารถเติมน้ำเปล่าได้
  • ใส่เนื้อหมูลวกลงไปผัด ผัดให้ส่วนผสมเข้ากับแกงเขียวหวาน เท่านี้เป็นอันเสร็จสิ้น สามารถเสริฟใส่จาน พร้อมรับประทานได้

เคล็ดลับการทำหมูผัดพริกแกงเขียวหวาน

  • เนื้อหมูให้เลือกเนื้อหมูสดๆ เลือกเนื้อหมูส่วนสันคอหมู เนื่องจากเป็นส่วนที่มีเนื้อติดมัน เวลารับประทานจะให้ความนุ่มและมัน ส่วนการเลือกเนื้อหมูที่สดๆ นั้น ให้สังเกตุจากสภาพของเนื้อหมู ต้องแน่นดึง เด่ง เนื้อเป็นสีชมพู ไม่มีกลิ่นเน่า หรือมีสีเขียวปน
  • การเตรียมเนื้อหมูนั้น ให้นำเนื้อหมูไปหมักก่อน ให้เนื้อหมูมีความนุ่มและมีรสชาติ เวลารับประทานได้รสชาติที่อร่อยของเนื้อหมูหมัก แต่สำหรับสูตรนี้ให้นำเนื้อหมูไปลวกให้สุกก่อน นำมาปรุงอาหาร เนื่องจาก ในหมูหมักมีซอสและแป้งปน เวลานำมาปรุงเลยจะทำให้การปรุงรสของผัดแกงเขียวหวานเสียรสชาติ
  • มะเขือเทศและมะเขือเปราะ สุกยาก ให้นำไปลวกให้สุกก่อนนำมาผัด จะทำให้สะดวกกว่าการนำมะเขือลงผัดเลย เนื่องจากอาจทำให้ผักอื่นๆเละก่อนที่มะเขือจะสุก
  • การทำให้มะเขือเปราะไม่ดำ ให้นำไปแช่ในน้ำเกลือจะช่วยให้สีของมะเขือเปราะไม่ดำ
  • การผัดพริกแกงเขียวหวาน ให้ผัดด้วยไฟอ่อนๆ ค่อยๆให้พริกแกงเขียวหวานสุกหอม หากใช้ไฟแรงจะทำให้พริกแกงเขียวหวานไหม้ก่อนเสียรสชาติ
  • การปรุงรสน้ำตาล สำหรับเมนูนี้ ให้ใช้น้ำตาลปี๊บ เนื่องจากน้ำตาลปี๊บมีความหวานและหอม แบบธรรมชาติ

ไก่ย่างแบบญี่ปุ่น

สูตรไก่ย่าง แบบญี่ปุ่น

  • ไก่ 1 ตัว
  • กระเทียม 0.5 ช้อนชา
  • ขิง 0.5 ช้อนชา
  • ซอสถั่วเหลือง 2 ช้อนโต๊ะ
  • สาเก 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำซุปไก่ 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำไก่ย่าง แบบญี่ปุ่น

  1. การหมักไก่ ให้ใส่ ซอสถั่วเหลือง ซุปไก่ กระเทียม และ ขิง ลงในชาม หมักให้ส่วนผสมเข้าเนื้อ
  2. จากนั้นนำไก่ลงไปหมักประมาณ 10 นาที
  3. นำไก่ ที่หมักแล้ว ไปย่างไก่ หรือ อบก็ได้ ใช้เวลาประมาณ 15 ถึง 20 นาที

เคล็ดลับการทำไก่ย่าง

  • ต้องเลือกเนื้อไก่ที่สด โดย การเลือกซื้อไก่ มีวิธีดังนี้ เนื้อไก่ ต้องมีตาใส หนังไก่ตึง เนื้อไก่แน่น เด้ง สีไก่ไม่มีสีคล้ำ ไม่มีกลิ่น
  • สำหรับ การหมักไก่ย่าง สูตรนี้ จะใส่ ขิง ด้วย จะทำให้ ไก่ย่าง มีความหอม ที่เป็น เอกลักษณ์ของไก่ย่างญี่ปุ่น
  • การย่าง นั้น สามารถย่างในเตาไฟ หรือ นำไปอบในตู้อบ ก็ได้ การย่างไก่ นั้น ให้ใช้ไฟอ่อน เนื่องจากไฟแรง จะทำให้หนังไก่ไหม้ ก่อนที่ไก่จะสุก ทำให้กินไม่ได้

Ingredients of Grilled Chicken Japanese style

  • chicken 1
  • garlic 0.5 teaspoon
  • ginger 0.5 teaspoon
  • soy sauce 2 tablespoon
  • sake 2 tablespoon
  • chicken soup 1 tablespoon

Preparation of Grilled Chicken Japanese style

  1. Put spices soy sauce, sake, chicken bouillon, garilc and ginger in a bowl
  2. Then marinate chicken for about 10 minutes
  3. grill chicken for 4 minutes

พลุโกกิ

ส่วนผสม

  • เนื้อวัว หั่นเป็นชิ้นบางๆ 1 ถ้วย
  • หอมหัวใหญ่ ซอยเป็นเส้น 1 ลูก
  • ต้นหอม ซอยหยาบๆ 1 ต้น
  • ขิง บด 2 ช้อนโต้ะ
  • กระเทียม บด 2 ช้อนโต้ะ
  • น้ำตาลทรายแดง 2 ช้อนโต้ะ
  • ซอสถั่วเหลือง 2 ช้อนโต้ะ
  • พริกไทยดำ บด 1 ช้อนโต้ะ
  • แครอท หอมใหญ่ ถั่วลันเตา สำหรับย่างกินกับเนื้อย่าง

วิธีทำพลุโกกิ

  1. การหมักเนื้อวัว ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง โดยใส่ส่วนผสม ประกอบด้วย เนื้อวัว หอมใหญ่ ต้นหอม ขิง กระเทียม น้ำตาล ซอสถั่วเหลือง และ พริกไทยดำ หมักไว้ตามเวลาที่กำหนด
  2. ตั้ง เตาย่าง อย่่าให้ไฟร้อนเกินไปใช้ ไฟปานกลาง นำเนื้อที่หมัก และ ผักสด ไปย่าง ให้สุกตามใจชอบของผู้ย่าง
  3. เสริฟ พลุโกกิ ทานกับ น้ำจิ้มเกาหลี Ssamjang Blugogi

เคล็ดลับการทำพลุโกกิ

  • เนื้อวัว เลือก เนื้อวัว ที่สด สะอาด โดย การเลือกซื้อเนื้อวัว สามารถทำได้โดย ให้ เลือกเนื้อวัว สีสดๆ เนื้อแน่น มีความเด้งตึง ไม่มีสีคล้ำ ไม่มีกลิ่นเหม็น
  • เนื้อวัว เทคนิคในการทำให้เนื้อนุ่ม ให้ หั่นเนื้อตามขวางกับลายเนื้อ จะทำให้ เนื้อวัวไม่เหนียวเป็นเส้น
  • การย่างเนื้อ เคล็ดลับในการย่าง อยู่ที่การใช้ไฟ และ การควบคุมอุณหภูมิของไฟ ให้พอดี ไม่อ่อน หรือ แรงเกินไป ไฟอ่อน เนื้อจะสุกยาก ไฟรแรงไป เนื้อจะไม่สุกถึงข้างใน และไหม้ก่อน
  • กระเทียม สำหรับ ใช้ใน การหมักเนื้อวัว ใช้กระเทียมเม็ดใหญ่ เป็น กระเทียมจีน เนื่องจาก กลิ่นของกระเทียม ไม่แรงเกินไป เหมาะสำหรับหมักเนื้อวัว
  • พริกไทย ในการหมัก ใช้ พริกไทยดำ เนื่องจากพริกไทยดำ เหมาะสำหรับนำมาหมักเนื้อวัว กลิ่นของพริกไทยแรง รสเผ็ดของพริกไทย ช่วยตัดความมันได้ดี เรียกว่า เนื้อวัวจะหอม และ มัน

หอยเชลล์ย่างซอสมิโซะ

ส่วนผสม

  • หอยเชลล์ 8 ตัว พร้อมฝา
  • ต้นหอม ซอย 8 ช้อนชา
  • มะนาว หั่นเป็นซีก 8 ชิ้น
  • สาเก 8 ช้อนชา

ส่วนผสมสำหรับทำซอสมิโซะ

  • มิโซ 1 ถ้วย
  • น้ำตาล 1 ช้อนโต๊ะ
  • ขิงบด 2 ช้อนโต๊ะ
  • พริกสดซอย 2 ช้อนโต้ะ
  • เนยสด 3 ช้อนโต๊ะ

ขั้นตอนการทำหอยเชลล์ย่างซอสมิโซะ

  1. ขั้นตอนแรก ให้ทำน้ำซอสสำหรับย่างหอยก่อน เรียกว่า ซอสมิโซะยำ โดยส่วนผสมประกอบด้วย ซอสมิโซ น้ำตาล ขิงบด พริกบด สาเก และ เนยจืด ผสมให้ส่วนผสมทั้งหมดเข้ากัน ซอสนี้จะนำไปราดที่หอย เวลานำไปย่าง
  2. เตรียมเตาย่าง สำหรับย่าง ไฟปานกลาง อย่าให้ไฟแรงเกินไป วางหอยเชลล์ บนตะแกรงย่าง เอาฝาหอยออกหนึ่งด้าน ราดซอสมิโซะ 1 ช้อนชา โรยต้นหอมซอยเล็กน้อย นำหอยลงไปย่างไฟอ่อนๆ รอจนหอยสุก
  3. สังเกตุว่าหอยสุกจึงค่อนนำขึ้นมารับประทาน หากน้ำซอสแห้ง สามารถเติมซอสเพิ่มได้ นำ มะนาวผ่าซีก ตกแต่งอาหารให้สวย สำหรับการรับประทาน

เคล็ดลับการทำหอยเชลล์ย่างมิโซะ

  • หอยเชลล์ ต้องเลือกหอยเชลล์ตัวใหญ่ๆ สดๆ การเลือกหอย ให้สังเกตุสภาพของเปลือกหอยมีความสมบูรณ์ และ เนื้อหอบแน่นตึ่ง และ ไม่มีกลิ่นเหม็นเน่า
  • ล้างหอยให้สะอาด นำฟองน้ำถูที่เปลือกหอยให้สะอาด หอยหากไม่สะอาด จะไม่น่ารับประทาน เนื่องจากการกินเมนูหอยเชลล์ย่าง จะต้องเสริฟพร้อมเปลือกหอย
  • ไฟสำหรับย่างหอย นั้น ต้องไมแรงเกินไป ใช้ไฟปานกลาง ค่อยๆให้หอยสุก และคลายความร้อนทีละน้อยจะทำให้เนื้อหอยไม่แข็ง และ หยาบกระด้าง
  • หอยเชลล์สามารถกินแบบสดๆได้ แต่ สำหรับเมนูนี้ ต้องการให้หอยมีความอุ่น เวลากินจะได้รสชาติของหอยกับความมัน ของซอส แบบอร่อยๆ หอมๆ
  • สามารถกินคู่กับน้ำจิ้มรสเด็ดได้ น้ำจิ้มที่เหมาะสำหรับการกินเมนูหอย คือ น้ำจิ้มซีฟู๊ด